โรงเรียนบ้านหนองสีนวล

หมู่ 5 บ้านหนองสีนวล ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 70150

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228642

คำทำนาย จากเทปบันทึกเสียง

คำทำนาย จากเทปบันทึกเสียง

คำทำนาย
คำทำนาย มีชายคนนึงที่มีชื่อว่า จัสติน เขาทำงานเป็นนักข่าวแนวสืบสวนคือวันนี้เขากำลังเดินทางไปขึ้นเครื่องบินเพื่อไปทำงาน ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินจัสติน ไปที่ร้านสะดวกซื้อแล้วบังเอิญไปเห็นหนังสือเล่นที่เขาเขียนวางขายอยู่ในจังหวะที่เขากำลังจะหยิบหนังสือมาดูทันใดนั้นก็ได้มีใครคนนึงร่วมมือมายื่นหนังสือของเขาเช่นกันชายคนนั้นให้ถามคุณว่าคุณคือ Justin ใช่ไหมผมเคยเห็นคุณในทีวีจัสตินเนี่ยก็ดีใจมากนะ ที่มีคนรู้จักเขาเขาจึงเสนอว่าเดี๋ยวเขาเนี่ยจะซื้อหนังสือเล่มนั้นให้โดยชายคนนั้นแนะนำตัวว่าเขาชื่อโจ

โจที่ขอให้จัสตินช่วยเซ็นหนังสือให้เขาหลังจากที่แยกย้ายกับโจ้แล้วก็มีเสียงประกาศให้ผู้โดยสารเที่ยวบินที่ 1015 ขึ้นเครื่องบินซึ่งก่อนจะไปจัสตินลีโทรหาภรรยาและปรับความเข้าใจกันดูเหมือนว่าเขาเนี่ยจะไม่มีปัญหากับภรรยามา ซึ่งเธอเองก็หายโกรธจัสตินและบอกให้เขาจำคำพูดของหมอไม่ว่าอดีตก็คืออดีตเขาจะผ่านทุกอย่างไปได้ตรงนี้เนี่ยจะทำให้เราได้รู้เขาว่าจัสตินน่าจะเคยมีปมบางอย่างมาก่อน หลังจากที่คุยกับภรรยาเสร็จจัสตินก็ได้เดินทางไปขึ้นเครื่องซึ่งในขณะที่เขากำลังจะเดินไปหาที่นั่งเขาก็บังเอิญพบโจชายที่เขาเพิ่งจะเซ็นหนังสือให้

อีกครั้งหลังจากที่จัสตินได้ที่นั่งแอร์ก็ได้สาธิตวิธีใช้อุปกรณ์ต่างๆและในขณะเดียวกันสายตาของเขาก็ได้มองไปเห็นเครื่องเล่นเทปอันนึงเข้าเขาเลยหยิบมาฝากดูในคลิปนั้นจะเล่าเกี่ยวกับปริศนาการหายไปของเครื่องบินมอสโกมันเป็นชื่อเดียวกันกับเครื่องบินลำที่เขากำลังนั่งอยู่ เสียงที่จัสตินกำลังฟังอยู่เนี่ยมันกำลังเล่าถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แอร์โฮสเตสจะแนะนำวิธีการใช้เข็มขัดหรือสนามบินที่มีฝนตกและเกิดพายุเรียกว่ากำลังฟังอยู่เนี่ยมันตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้นรอบตัวของจัสตินหมดทุกอย่าง

เสียงด้านล่างต่ออีกว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงเครื่องบินลำนั้นจะหายจากจอควบคุมการบินและไม่มีใครได้ยินข่าวอีกเลยจากนั้นเครื่องบินที่จัสตินนั่งอยู่เนี่ยขึ้นบนท้องฟ้าเสียงจากเทปได้เล่าต่อว่าคนขับเครื่องบินลำนั้นมีชื่อว่ากัปตันดอนเนอร์จัสตินพอได้ยินแบบนั้นเขาได้ถอดหูฟังออกและถามคนข้างๆว่ากับการที่ขับเครื่องบินลำนี้อยู่เนี่ยคิดว่าดอกเตอร์หรือเปล่าก็ไม่เข้าใจ

ฟังเพลงนั่นเขาไม่อยากใช้หูฟังที่จัสตินใช้แล้วจัสตินเลยเล่าว่าเทปเนี่ยมันบอกว่าเครื่องบินลำนี้กำลังจะหายไปกลางทะเลซึ่งนั่นมันก็ยิ่งทำให้ชายคนนั้นไม่พอใจเขาได้ทุกไปเปลี่ยนที่นั่งทันทีนะติ่งหูฟังขึ้นมาฟังต่อเสียงในเล่าต่อว่าไม่นานหลังจากนำเครื่องขึ้นตอน 10:21 จะมีนกบินมาติดที่เครื่องซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลา 10:21 พอดีคะ

และทันใดนั้นปีของเครื่องบินเนี่ยก็เหมือนมีอะไรบางอย่างเข้าไปติติงตกใจกับสิ่งที่เขาเห็นเขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีหลังจากตั้งสติได้สักพักเขาจึงกลับมานั่งที่นั่งตามเดิมจะช่วยคุณยังไม่เข้ามาหาจัสตินเขาจะถามกลับไปว่าข้างนอกเนี่ยมีนกบินเข้าไปติดเครื่องยนต์หรือเปล่าสจ๊วตก็ตอบว่าเรากำลังบินอยู่ในระดับความสูงที่ไม่มีนกจากนั้นโจก็ได้เข้ามาคุยกับจัสตินโดยโจบอกว่าคุณพูดถูกเกินเรื่องน่าปวดหัวคลื่นไส้แล้วดูเหมือนว่าโจเนี่ยจะเห็นนกบินไปติดที่เครื่องยนต์เกี่ยวกับจัสติน สุดท้ายที่นักบินแจ้งกับหน่วยควบคุมทางอากาศ

คือราตรีสวัสดิ์ new york ก่อนที่เครื่องบินลำนั้นจะหายไปตอน 11:15 น ทันใดนั้นก็มีเสียงประกาศแจ้งมาว่าเครื่องบินกำลังใจกับพายุที่กำลังก่อตัวแต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงขอให้ทุกคนสบายใจได้ซึ่งตรงนี้มาทำให้จัสตินเนี่ยเริ่มกลัวขึ้นมานิดแล้ว จากนั้นในเวลาต่อมาจัสตินให้ฟังเสียงจากเทปต่อตอนนี้มันได้เล่าถึงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่มีคนเสียชีวิต 117 รายได้จากนักวิ่งขาดการติดต่อและเที่ยวบินนั้นก็ได้หายสาบสูญไปและเสียงนั่นก็เรื่องวิเคราะห์สาเหตุต่างๆที่พอจะเป็นไปได้ในระหว่างนั้นจัสตินเนี่ยก็เริ่มหาเบาะแสต่างๆบนเครื่องบินของเขาเช่นกัน

จนกระทั่งเขาได้ไปเจอกับชาย 2 คนที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่เป็นการเล่นมือถือบนเครื่องบินเนี่ยมันอาจทำให้สัญญาณของนักบินขัดข้องได้จัสตินขอร้องให้ชาย 2 คนนั้นปิดมือถือซะว่าเป็นลูกผู้ชาย 2 คนนั้นจะไม่สนใจทักแชท inbox โดยทางผู้อ้างว่าพวกเขาเปิดโหมดเครื่องบินแล้วจ๊ะจึงเริ่มหัวร้อนแต่ว่าแต่คนนึงก็ได้เข้ามาหาเขาก่อนโดยเธอได้บอกให้ชัดเจนกลับไปนั่งที่ด้วยความที่มีทางเลือกเขาจึงต้องยอมกลับไปนั่งที่ตามเดิมจากนั้น อันเสียงจากเทปก็ได้วิเคราะห์ต่อว่าเที่ยวบินนี้มีชาวรัสเซียที่ชื่อ igora นั่งมาด้วย

ซึ่งผู้ชายคนนี้คือพยานคนสำคัญของคดีที่เกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียเสียงจากเทปจึงสันนิฐานต่อว่าสาเหตุที่เครื่องบินหายไปเนี่ยอาจจะเป็นฝีมือของพวกมาเฟียที่ส่งคนมาเจ็บชายคนนั้นก็เป็นได้แพ้นั่นก็ยังบอกต่ออีกว่าเที่ยวบินครั้งนี้ยังมีตำรวจอากาศอยู่ด้วยเขาขึ้นเครื่องมาเพื่อคุ้มครองพยานอย่างดีก่อจัสตินเดินไปหาแอร์โฮสเตสและบอกกับเธอว่าเขาต้องการคุยกับตำรวจอากาศซึ่งเธอเนี่ยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเที่ยวบินนี้มีตำรวจนั่งมาด้วยหรือต่อให้มีตำรวจอากาศตัวจริงเขาก็ไม่มีทางบ่อเกลืออยู่แล้ว

จากนั้นเขาก็ได้ไปนั่งคุยกับโจคุณจัสตินเนี่ยคิดว่าโจเป็นตำรวจแต่ตัวก็ได้บอกเขาว่าเขาเป็นแค่นักบินจากนั้นในเวลาต่อมาในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นกำลังหลับ Justin ก็ได้แอบย่องไปหาชายรัสเซียที่กำลังนอนอยู่เขาพยายามเอาพาสปอร์ตของชายคนนั้นมาดูแต่ในขณะที่เขากำลังจะค้นกระเป๋าของชายคนนั้นจัสตินก็ดันทำกระเป๋าตกลงมาซะก่อนทำให้ชายคนนั้นเนี่ยรู้ตัวจัสตินลีขอโทษชายคนนั้นไปพร้อมกับบอกเขาไปว่ามีคนหวังจะมาทำร้ายคุณซึ่งชายคนนั้นก็โมโหมากเลย

เขาบอกว่าเขาไม่ได้ชื่ออีกอร์หรอและเขาเนี่ยก็เป็นแค่นักฟุตบอลไม่ได้มีอะไรยุ่งเกี่ยวกับพวกมาเฟียเลยแต่ที่เห็นว่าพวกเขาเนี่ยกำลังจะมีเรื่องกันจริงนะที่บอกมาให้พวกเขาแต่จัสตินก็ยังถามเรื่องออกไม่หยุดจนชายที่ชื่อออมตัวจริงเนี่ยโมโหเขาได้ลุกขึ้นมาด่าจัสตินเป็นภาษารัสเซียจนเหตุการณ์เรื่องชุลมุนผู้โดยสารคนอื่นเริ่มยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปจนกัปตันเนี่ยต้องออกมาเคลียร์กับการเตือนจัสตินแต่ว่าคุณกำลังคุกคามความปลอดภัยของผู้โดยสารคนอื่นอยู่จากนั้นในระหว่างที่จัสตินกลับไปนั่งที่เขาไม่ได้เปิดฟังเทปต่อเสียงจากเทปวิเคราะห์ต่อว่าคนสุดท้ายที่อาจพันกับเรื่องนี้ก็คือและข่าวสืบสวน

คำว่าคิดที่นักข่าวสืบสวนคนนั้นก็เห็นรบกวนคุณครูมินเนี่ยนได้ถูกอัพโหลดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตก่อนที่เครื่องบินจะหายสาบสูญจากนั้นจัสตินก็ได้ยินเสียงของตัวเขาเองจากเทปนั่นมันเป็นเสียงจากคลิปที่ถูกถ่ายออกมา เขาชอบมากที่ได้ยินเสียงตัวเองในเทปนั่นมันเป็นเสียงโวยวายของเขาตอนเมื่อกี้จริงๆกัปตันพอรู้ว่า Justin ไม่กลับไปนั่งที่เนี่ยเขาจึงลากตัวจัสตินมาคุยเพื่อปรับทัศนคติจัสตินได้บอกไปว่าอีก 14 นาทีคุณจะพูดว่าราตรีสวัสดิ์นิวยอร์คใช่ไหมอย่าพูดแบบนั้นเพราะมันด่าเป็นคำพูดสุดท้ายที่คนอื่นๆจะได้ยินจากเครื่องบินลำนี้เมื่อพูดจบสาวผิวสีคนนึงก็ได้เข้ามาจับตัวจัสติน

โดยเธอเนี่ยเป็นตำรวจอากาศจัสตินถูกจับเพราะเขาพูดจาข่มขู่ผู้คนบนเครื่องบินตำรวจคนนั้นได้พาจัสตินกลับไปนั่งที่จากนั้นในเวลาต่อมาตำรวจผิวสีคนนั้นได้บอกกับจัสตินว่าจะได้ฟังเพลงแม่นแล้วแต่เธอเนี่ยคิดว่ามันไม่ได้ทำนายอนาคตอย่างที่ชัดเจนคิดจึงยอมรับกับเธอไปว่าเขาเนี่ยเคยมีอาการทางจิตมาก่อนแต่ครั้งนี้เขามั่นใจว่ามันไม่ใช่อาการทางจิตอันนี้มันแตกต่างแต่ถ้าสาวผิวสีคนนั้นก็ได้บอกให้เขายอมรับความจริงa