โรงเรียนบ้านหนองสีนวล

หมู่ 5 บ้านหนองสีนวล ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 70150

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228642

ประวัติศาสตร์ทางดนตรี

ประวัติศาสตร์ทางดนตรี

ประวัติศาสตร์ทางดนตรี

ประวัติศาสตร์ทางดนตรี ดนตรีคือภาษาที่ไม่มีเส้นแบ่งทางพรมแดน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติหรือสีผิว ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองหรือศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ดนตรีคือภาษาสากลของโลก ความหลากหลายของดนตรีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับความชอบและรสนิยมของมนุษย์แต่ละหมู่ แต่ละชาติพันธ์หรือเฉพาะปัจเจกบุคคล ดนตรีจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่โลกนี้สร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้มนุษย์ทุกคน ตั้งแต่มหาเศรษฐีจนกระทั่งถึงยาจกและแม้แต่คนป่าคนดอยที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญ ดนตรีในโลกนี้มีหลากหลายประเภทเหลือเกิน ดนตรีจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่เป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นอารยะของคน โดยที่ไม่มีเงื่อนไขของความแตกต่างใดๆของมนุษย์มากำหนดได้

ดนตรีมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ชนชนเผ่า แต่ละชาติ แม้แต่ชนเผ่าที่แยกตัวเองห่างไกลจากผู้คนก็ยังมีดนตรีของตน วัฒนธรรมทางดนตรีเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตนแสดงให้โลกรู้ว่าดนตรีแบบนี้ท่วงทำนองแบบนี้เสียงของเครื่องดนตรีแบบนี้คือตัวเขา ดนตรีสื่อถึงวัฒนธรรมของพวกเขาทั้งสภาพสังคม, เศรษฐกิจ, ประสบการณ์, สิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งความเชื่อทางศาสนา ดนตรียังสื่อถึงอารมณ์และความคิด สถานการณ์ซึ่งดนตรีกำลังถูกเล่นหรือถูกฟัง ทัศนคติต่อนักดนตรีและคีตกวีแปรเปลี่ยนไปตามพื้นที่และช่วงเวลา ประวัติศาสตร์ทางดนตรีจึงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของวิชาการด้านดนตรีศึกษา

จุดกำเนิดของดนตรี

ดนตรีเกิดขึ้นพร้อมกับมนุษย์ มนุษย์ในยุคโบราณสร้างดนตรีจากธรรมชาติ มนุษย์สร้างดนตรีจากการเคลื่อนไหวของตัวมนุษย์เอง มนุษย์สร้างเสียงผิวปาก มนุษย์ตบมือเป็นจังหวะเพลง มนุษย์เอาหินหรือเอากิ่งไม้มาเคาะเป็นจังหวะ มนุษย์ส่งเสียงร้อง เพื่อความสนุกสนานหรือ อ้อนวอนหรือสรรเสริญต่อพระเจ้าของพวกเขา

ยุคสมัยของดนตรี

หากแบ่งตามยุคสมัยของดนตรีแล้ว นักดนตรีศึกษาแบ่งดนตรีออกเป็น 4 ยุค เริ่มจาก

คนตรียุคก่อนประวัติศาสตร์ (Prehistoric Music)

ดนตรียุคโบราณ (Ancient Music)

ดนตรียุคคัมภีร์ไบเบิ้ล (Biblical Period)

ดนตรียุคแรก (Early Music)

ลักษณะเฉพาะของดนตรีในแต่ละยุคจะมีความเป็นมาและมีลักษณะเฉพาะที่มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมประเพณีของผู้คนในยุคสมัยนั้น โดยมีหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ดนตรีตามที่นักดนตรีศึกษาได้ระบุ การแบ่งยุคสมัยของดนตรีอ้างอิงผลการศึกษาจากดนตรีของตะวันตกเป็นสำคัญ

ดนตรีในยุคก่อนประวัติศาสตร์ คือดนตรีธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์มีความแตกต่างกันจากสภาพการกำเนิดเป็นเชื้อชาติและภูมิศาสตร์และอากาศ เช่น ดนตรีชนเผ่าอินเดียนในทวีปอเมริกา ดนตรีของชาวอบอริจินในออสเตรเลีย โดยเฉพาะชนชาติที่อยู่นอกทวีปยุโรปและยังอยู่จนทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้จุดเริ่มต้นของดนตรี เนื่องจากดนตรีนั้นเกิดก่อนที่จะมีการเริ่มบันทึกทางประวัติศาสตร์ บางคนเชื่อว่าเสียงที่เกิดขึ้นของธรรมชาติคือดนตรีด้วย เครื่องดนตรีชนิดแรกก็คือเสียงของมนุษย์นั่นเอง มีคนให้สมมติฐานว่าเครื่องดนตรีชนิดแรกประดิษฐ์ขึ้นมาโดยมนุษย์โบราณนีนเดอธัลส์ (Neanderthals) มีอายุระหว่าง 50,000 ถึง 60,000 ปี

ดนตรียุคโบราณ เป็นคนตรีที่เกิดขึ้นในยุคต่อจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ ว่ากันว่าเพลงที่เก่าแก่ที่สุดถูกเขียนขึ้นเมื่อ 3,400 ปีมาแล้วที่ประเทศซีเรีย โน๊ตดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดเกิดขึ้นใน คริสต์ศตวรรษที่ 1 ถึง 2 มีหลักฐานว่าดนตรีของอินเดียและเปอร์เชียโบราณก็จัดอยู่ในดนตรียุคโบราณเช่นกัน

ดนตรียุคคัมภีร์ไบเบิ้ล ข้อมูลจากพจนานุกรมไบเบิ้ลระบุว่ามีการกล่าวในคัมภีร์ไบเบิ้ลถึงชายคนหนึ่งที่มีการใช้เครื่องดนตรี มีการระบุในคัมภีร์ถึงทาสชาวฮิบบรูว์ที่โมเสสนำพาหนีมาจากอิยิปต์กำลังร้องเพลงของพวกเขาระหว่างการเดินทาง สรุปว่าปรากฏดนตรีที่ถูกเขียนลงในไบเบิ้ลคือดนตรียุคนี้ ดนตรียุคแรก คือดนตรีคลาสสิคจากประเพณีของชาวยุโรปหลังการล่มสลายของอาณาจักรโรมัน ดนตรีศิลปะตะวันตก (Western Art Music)

ถ้าจะแบ่งดนตรีออกเป็นยุคของดนตรี โดยอ้างอิงดนตรีศิลปะตะวันตก (Western Art Music) จะแบ่งออกเป็น ดนตรียุคกลาง อยู่ในช่วงประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 4 – 14 ระยะแรกของยุคมีความเจริญทางดนตรีสูงโดยมีศูนย์กลางคือโบสถ์ มีการบรรยายถึงศิลปะของเครื่องดนตรี ลักษณะของดนตรีในยุคนี้จะเป็นเพลงสวดมนต์ที่ใช้สวดกันในโบสถ์โรมันคาธอริค บทเพลงที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ บทสวดเกรกอเรียน ที่ประพันธ์โดยสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 1

ดนตรียุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา อยู่ในช่วงประมาณ คริสตศตวรรษที่ 15 เริ่มต้นทางยุโรปตอนเหนือ ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และเบลเยี่ยม แนวดนตรีที่ใช้กันมากคือ Polyphony คือการประสานดนตรีที่มีทำนองตั้งแต่สองทำนองขึ้นไปที่เป็นอิสระต่อกันและเล่นไปพร้อมๆกัน

ดนตรียุคบาร็อค อยู่ในช่วงประมาณ คริสตศตวรรษที่ 17 -18 มีการเขียนบทเพลงโอเปร่าขึ้นครั้งแรก ดนตรีแบบ Polyphonic Contrapuntal คือดนตรีที่มีท่วงทำนองหลายทำนองเล่นพร้อมๆ กันและเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งตรงข้ามกับ Monophonic คีตกวีคนสำคัญคือ Johann Sebastian Bach

ดนตรียุคคลาสสิค อยู่ในช่วงประมาณ คริสตศตวรรษที่ 18 -19 เป็นดนตรีแบบ Homophonic มีท่วงทำนองที่ชัดเจนและมีรูปแบบที่แน่นอน ดนตรีแนวนี้แพร่หลายไปสู่ประชาชนมากขึ้นกว่าสมัยก่อนที่อยู่ในโบสถ์ คีตกวีคนสำคัญคือ Wolfgang Amadeus Mozart, Ludwig van Beethoven และ Franz Schubert

ดนตรียุคโรแมนติก อยู่ในช่วงประมาณ คริสตศตวรรษที่ 19 -20 ถือเป็นยุคทองของดนตรี ดนตรีมีความเป็นอิสระมากขึ้น คีตกวีคนสำคัญคือ Frederic Chopin, Robert Schumann, Richard Wagner, Johannes Brahms
ดนตรียุคศตวรรษที่ 20 และ 21 เป็นยุคที่มีการพัฒนาปฏิวัติวงการดนตรี มีการบันทึกเสียงลงในสื่อที่นำไปไหนก็ได้ อย่างแผ่นเสียงและซีดี มีการฟังและชมการแสดงดนตรีจากวิทยุและโทรทัศน์ มีความเป็นอิสระในการทดลองดนตรีสไตล์ใหม่ๆ การเกิดขึ้นของเครื่องขยายเสียงและดนตรีอิเลคทรอนิคส์ โดยเฉพาะซินทีไซเซอร์ (Synthesizer) ดนตรีในยุคนี้ดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ดนตรีป๊อบปูล่าร์ (Popular Music)

ดนตรีป๊อบปูล่าร์ คือดนตรีในยุคที่มีการขยายการรับฟังดนตรีออกไปให้กว้างขวางสู่ผู้ฟังจำนวนมหาศาลโดยผ่านอุตสาหกรรมทางดนตรี และธุกิจทางดนตรี ดนตรีป๊อบปูล่าร์มีความหลากหลายของดนตรีตามความแตกต่างทางรสนิยมการฟังดนตรีของประชาชน ดนตรีป๊อบปูล่าร์จึงเป็นดนตรีที่มีผู้นิยมอย่างกว้างขวางมากที่สุดในปัจจุบัน

ดนตรีกับมนุษย์เกิดมาคู่กัน มนุษย์บางคนมีเพื่อนที่ดีที่สุดคือดนตรี ดนตรีไม่เคยทำร้ายใคร ดนตรีของทุกยุคสมัยและทุกประเภทยังคนเปิดรับผู้ที่รสนิยมทางการฟังดนตรีทุกคนโดยไม่ปิดกั้นดนตรีจึงเป็นสมบัติของโลกและของมนุษย์ทุกคน และยังคงกล่อมโลกใบนี้ตลอดไปอีกนานเท่านาน