โรงเรียนบ้านหนองสีนวล

หมู่ 5 บ้านหนองสีนวล ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 70150

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

032 228642

อาการ คันทั่วร่างกายเกิดจากโรคใดและมีอาการอย่างไร

อาการ

อาการ คันทั่วร่างกายนั้นเมื่อร่างกายได้รับความร้อนมากๆ ทำให้มีอาการคัน คนเราใช้ร่างกายกันทุกวันทั้งออกกำลังกายและอื่นๆ เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง เราต้องเข้าใจโครงสร้างและความลับของร่างกายมนุษย์ก่อน บางคนอาจเกิดปัญหาระหว่างออกกำลังกาย หรือมีอาการร้อนในร่างกายส่วนบนของศีรษะหรือหลัง และก็จะเริ่มรู้สึกเสียวซ่าหลังจากอาการหายไปสักพักหนึ่ง

บางคนอาจเคยมีประสบการณ์แบบนี้ ต้องการออกกำลังกายสักพัก และร่างกายรู้สึกคันทันทีที่ร่างกายอบอุ่นขึ้น เมื่อใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อเข้าห้องที่อุณหภูมิสูง และถ้าถอดไม่ทัน สักพักร่างกายจะคัน และจะมีผื่นแดงเล็กๆ หากรู้สึกร้อนและคันเมื่อเครียดหรือกระวนกระวายใจหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อาการคันเหล่านี้จะหายไปเอง

ลมพิษคืออะไร ดูเหมือนโรคที่ซับซ้อนและร้ายแรงมาก แต่จริงๆแล้วมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า ลมพิษจากความร้อน เพื่อชี้แจงโรคนี้ อันดับแรก เราต้องเริ่มต้นด้วยการจำแนกประเภทลมพิษ ลมพิษเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า เป็นโรคหัดเยอรมัน เป็นปฏิกิริยาบวมน้ำเฉพาะที่ ที่เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดขนาดเล็ก ในผิวหนังและเยื่อเมือก การซึมผ่านที่เพิ่มขึ้นมักจะหายไปภายใน 2 ถึง 24 ชั่วโมง

แต่ผื่นใหม่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และระยะของโรคสามารถยืดเยื้อได้หลายครั้ง หลายวันถึงหลายเดือน สาเหตุของลมพิษมีความซับซ้อนมาก ผู้ป่วยประมาณ 3 ส่วน 4 ไม่พบสาเหตุ โดยเฉพาะลมพิษเรื้อรัง ความเสียหายพื้นฐานของลมพิษคือการปรากฏตัวของมวลลมบนผิวหนัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ท้องอืด ปวดท้องและท้องร่วงในกรณีที่รุนแรง

มีอาการแน่นหน้าอก ไม่สบาย ผิวซีด อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ชีพจรที่อ่อนแอ และความดันโลหิตลดลง อาจมีอาการทางระบบเช่น หายใจลำบาก นอกจากลมพิษชนิดทั่วไปแล้ว ยังมีลมพิษชนิดพิเศษบางชนิดอีกด้วย เช่นลมพิษผิวเกา ลมพิษติดต่อ ลมพิษแสงอาทิตย์ ลมพิษเย็น ลมพิษจากการออกกำลังกาย ลมพิษทำให้ตัวสั่น ลมพิษที่เกิดจากน้ำ ลมพิษในปัจจุบันและอื่นๆ

มีความแตกต่างจากลมพิษประเภทอื่นๆ ลมพิษส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้น ของอุณหภูมิของร่างกายส่วนลึกหลังการออกกำลังกาย ความร้อน ความเครียดทางจิตใจ เครื่องดื่มร้อน หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งส่งเสริมการกระทำของแอซิติลโคลีนบนเซลล์ ทำให้โรคกล่าวโดยย่อคือ ลมพิษที่เกิดจากร่างกายแพ้สารโคลิเนอร์จิก เมื่อรู้สึกร้อน หรือมีอาการกระสับกระส่าย หลังแขนขา ก้น คอและหนังศีรษะเป็นเหมือนเข็มจำนวนนับไม่ถ้วน

ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ด้วยอาการคัน นั่นคือความรู้สึกจากการถูกทรมาน เป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งข้อมูลระหว่างเส้นประสาท และไม่ใช่แค่สารสื่อประสาทเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทมากมาย เช่นทำให้ต่อมเหงื่อของเราหลั่งเหงื่อเป็นต้น เส้นประสาทซิมพาเทติก ทำหน้าที่ส่งข้อมูลเท่านั้น สำหรับเส้นประสาทพาราซิมพาเทติกไม่เพียงส่งข้อมูลเท่านั้น

แต่ยังทำหน้าที่หลั่งโดยตรง และทำหน้าที่ในต่อมเหงื่อ ดังนั้นมันจึงปรากฏขึ้น เมื่อรู้สึกร้อน เมื่อเส้นประสาทพาราซิมพาเทติกมีต่อมเหงื่อหลั่งออกมา มันก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราไวเกิน หรือบางส่วนของระบบภูมิ คุ้มกันผิดปกติ อาจแพ้แอซิติลโคลีนที่ผลิตในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง รู้สึกเสียวซ่าหรือแสบร้อนที่ผิวหนัง

บางครั้งอาจมีอาการร่วมด้วยของอะซิทิลโคลีน อาการต่างๆ ได้แก่ น้ำลายไหล ปวดศีรษะ ชีพจรเต้นช้า ไมโอซิส ปวดท้อง เป็นตะคริว ท้องร่วงเป็นต้น อาการ วิงเวียนศีรษะรุนแรงอาจทำให้หมดสติได้ หลังจากหาสาเหตุแล้ว มีแผนการรักษาทางการแพทย์ ขั้นตอนต่อไปคือประเด็นสำคัญ อันที่จริงหัวใจสำคัญของการรักษาลมพิษคือ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นในชีวิตประจำวันของเรา

เราควรรักษาร่างกายให้เย็น หลีกเลี่ยงไม่ให้เหงื่อออก หลีกเลี่ยงความร้อน ความเครียดทางจิตใจ เครื่องดื่มร้อน หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมอาการเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การทำงานและการพักผ่อน เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการควบคุมตนเองของร่างกาย สำหรับอาการแพ้ทั่วไป การรักษาที่สำคัญที่สุดคือ การอยู่ห่างจากสารก่อภูมิแพ้

แต่ร่างกายของเราไม่สามารถหนีจากอะเซทิลโคลีนได้ ดังนั้นเราจึงได้แต่หวังว่า ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะฟื้นตัว ดังนั้นหากเราป่วยมีโอกาสฟื้นตัวได้ ระบบภูมิคุ้มกันค่อนข้างซับซ้อน เราไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่เราไม่รู้ว่าจะรักษาอาการอย่างไร เพราะร่างกายมนุษย์เป็นระบบที่ละเอียดอ่อน ซึ่งสามารถควบคุมตนเองได้ บางครั้งมันจะล้มเหลวเพราะเราไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง

 

 

อ่านต่อเพิ่มเติม :::  เก๋ากี้ หรือโกจิเบอร์รี่มีประโยชน์หลัก6ประการที่สำคัญต่อร่างกาย